กาลครั้งหนึ่ง ณ แม่กำปอง

เนื่องจากผมชอบแนวท่องเที่ยวแบบลุยเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วจึงชอบที่จะหาที่ท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยๆแม้ว่าจะเดินทางลำบากหรือกินและนอนอย่างลำบากก็ตาม จึงได้ปิ๊งที่จะเดินทางไปยังแม่กๆปองซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเขาในจังหวัดเชียงใหม่ ว่าแล้วจึงโทรจองที่พักทันที ซึ่งผมเองก็ต้องทำงานประจำจึงอยากที่จะท่องเที่ยวในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะได้ไม่ต้องลางาน แต่หลังจากที่ได้โทรจองหลายที่แล้วปรากฎว่าเต็มตลอด จึงต้องเลือกที่จะท่องเที่ยวในวันอาทิตย์-จันทร์ (ต้องลางาน 1 วัน) จึงได้ที่พักที่นึงค้ือ”โฮมสเตย์ บ้านสายชล” ได้โทรจองกับพี่นก เจ้าของที่พัก ราคาที่พักอยู่ที่ 550 บาท/คน/คืน ที่นี่มี wi-fi อาหารเช้าและเย็นให้ด้วย และเนื่องจากผมไม่ต้องการที่จะลาหยุดงานหลายวัน จึงเลือกเดินทางไป-กลับด้วยเครื่องบินและได้ใช้บริการพี่ไมค์(ผู้ช่วยที่นี่)ให้ไปรับ-ส่งที่สนามบินโดยมีค่าบริการเพิ่มอีก 600 บาท

วันที่ 1

ที่สนามบินขาออก

เข้าคิวรับตั๋วโดยสารเครื่องบินโดยสารบรรยากาศในเครื่อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมได้จองเที่ยวบินกับสายการบินแอร์เอเซีย โดยไม่ได้รอราคาช่วงโปรโมชั่นซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมากเพราะตอนนั้นรีบร้อนที่จะเดินทางมาเที่ยวใจจะขาด 555 โดยเครื่องออกที่ดอนเมืองเวลา 6:40 น. ถึงเชียงใหม่เวลา 7:45 น. ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ช.ม.กับ 5 นาทีเท่านั้น แต่ที่ผมพลาดอยู่ 2 ประการ คือ ขาเดินทางไปผมไม่ได้ซื้อบริการโหลดกระเป๋า(นึกว่าเค้ามีให้ฟรีบางส่วน)จึงต้องซื้อเพิ่ม 15 ก.ก.เป็นเงิน 900 บาท(ถ้าซื้อตอนจองตอนแรกแค่ 300 บาทเอง) ที่จำเป็นต้องซื้อเนื่องจากต้องเอาสิ่งที่เป็นของเหลวโหลดลงใต้เครื่องนั่นเอง ส่วนขากลับซื้อเรียบร้อยตั้งแต่ตอนจองออนไลน์แล้ว ส่วนที่พลาดประการที่ 2 ก็คือผมได้เอา power bank ความจุ 50,000 mAh ขึ้นเครื่องไปด้วยแต่ไม่ผ่านตรงด่านก่อนขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่บอกว่ามีความจุมากเกินไปนำขึ้นเครื่องไม่ได้ต้องทิ้งไว้ที่นี่ซึ่งผมไม่ทราบมาก่อนจริงๆว่าถ้าเกินความจุ 32,000 mAh จะหมดสิทธิ์นำขึ้นเครื่องบิน ผมจึงจำเป็นต้องทิ้งมันไป

ผมไปถึงสนามบินเชียงใหม่ตามเวลาที่ได้กำหนดไว้และได้โทรตามพี่ไมค์ที่ต้องมารับ รอสักพักก็มาเป็นรถกระบะสีน้ำเงินโดยระหว่างทางเราสามารถให้พี่เค้าแวะสถานที่ที่น่าสนใจได้ถ้าอยู่เส้นทางไปแม่กำปองหรือไม่ห่างมากนัก ผมจึงเลือกที่จะไปน้ำพุร้อนสันกำแพงก่อน

 

น้ำพุร้อนสันกำแพง

น้ำพุร้อนสันกำแพง

 

เมื่อมาถึงต้องซื้อตั๋วค่าเข้าคนละ 40 บาท โดยจะมีร้านขายไข่สำหรับเอาไว้ไปต้มที่น้ำพุร้อน มีไข่นกกระทาและไข่ไก่ให้เลือกซื้อใส่ชะลอมใบเล็กๆไว้พร้อมทั้งซีอิ๊ว 1 ถุงไว้เป็นน้ำจิ้ม

 

 

เวลาลวกไข่ตอนลวกไข่ไข่ลวก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมได้ลองเอานิ้วจุ่มน้ำดูก็น่าจะร้อนถึง 100 องศาจริง และได้ลวกประมาณ 6 นาที ก็ออกมาเป็นยางมะตูมกำลังน่ากินเลย

 

เท้าแหย่น้ำอุ่น

 

ทางที่นี่ได้ทำเหมือนเป็นคลองน้ำอุ่นเล็กๆไว้สำหรับให้ผู้คนนำเท้ามาจุ่มกันเพื่อคลายเครียด ผ่อนคลายและเพื่อสุขภาพเท้าที่ดี โดยถ้าอากาศหนาวก็จะมีผู้คนมาจุ่มเท้ากันมากมาย แต่น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถเอาเท้าไปจุ่มได้เนื่องจากเป็นแผลที่เพิ่งผ่าตาปลาที่ใต้เท้าออกจึงยังพันแผลอยู่

โครงการหลวงห้วยตีนตก

 

ห้วยตีนตกน้ำตกห้วยตีนตกบรรยากาศห้วยตีนตก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นอีกที่ที่ต้องผ่านจึงแวะเข้าไปเยี่ยมชม โดยมีที่พักตั้งอยู่เชิงเขาติดน้ำตกน่าพักเป็นอย่างยิ่งซึ่งที่นี่มีคนจองเต็มตลอดเวลา แต่ผมเคยแวะมาทานอาหารแล้วที่นี่เมื่อปีที่แล้ว อร่อยมากๆ

The Giant

The Giantต้นไม้ยักษ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นอีกที่ที่ผมเคยมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว โดยในครั้งนี้เปลี่ยนไปจากเดิมคือจะมีรั้วเหล็กสูงกั้นไม่ให้คนเข้าไปหากมีคนมากเกินไปเนื่องจากที่นี่เป็นร้านกาแฟที่สร้างโอบล้อมต้นไม้ขนาดยักษ์ซึ่งเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และอีกอย่างที่เปลี่ยนก็คือถนนได้ลาดยางแล้วทำให้เดินทางง่ายกว่าเดิมแต่กระนั้นก็ยังมีดินสไลต์ลงมาขวางทางเป็นบางครั้งหากฝนตกหนักๆ และเมื่อผมมาถึงฝนก็ตกพอดีจึงต้องรีบข้ามสะพานมายังที่ร้านที่รับน้ำหนักได้ครั้งละ 2 คนเท่านั้น โชคดีที่มีที่ว่างเลยสั่งโกโก้เย็นทานและนั่งรอฝนซาๆก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังแม่กำปอง อ้อ! อีกอย่างที่ลืมบอกก็คือมาที่นี่นั้นมันนอกเส้นทางก็เลยต้องจ่ายค่าบริการให้พี่ไมค์เค้าเพิ่มอีกหน่อย ซึ่งผมก็ว่าดีเพราะเพราะจะได้ไม่ต้องย้อนมาอีกให้เสียเวลา

โฮมสเตย์บ้านสายชล

ป้ายสายชลบรรไดไม้ระเบียง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปีนขึ้นห้องห้องใต้หลังคาน้ำตก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และแล้วก็ขับรถฝ่าสายฝนมาถึงที่พักจนได้โดยพี่ไมค์ได้เป็นไกด์ไปด้วยและขับรถไปด้วยตลอดเวลาโดยบรรยายร้านค้าและสถานที่เที่ยวข้างทางต่างๆ เมื่อมาถึงผมก้ได้สำรวจที่พักทันทีเป็นโฮมสเตย์แนวบ้านๆที่ตั้งอยู่ตามเชิงเขาและที่นี่ยังติดน้ำตกอีกด้วย และมีห้องใต้หลังคาที่ไม่ได้หานอนกันได้ง่ายๆ

เดินสำรวจแม่กำปอง

ในป่าแกงฮังเล

ร้านป้าปุ๊ดกับป้าเป็ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ได้เก็บข้าวของเข้าห้องแล้วจึงนอนพักรอฝนหยุดตกก่อนแล้วจึงค่อยออกเดินเที่ยว เนื่องจากที่พักติดกับน้ำตกจึงเข้าใจว่าฝนยังไม่หยุดตกเพราะเสียงดังเหมือนกันเลยจึงนอนต่อไปเรื่อยๆสัก 1:30 ช.ม.แล้วโผล่หัวออกมาปรากฎว่าฝนหยุดตกแล้วนี่หน่า เสี่ยงที่ได้ยินมันเป็นเสียงน้ำตก 555 จึงเริ่มออกเดินทาง ไปได้ไม่ถึง 5 นาทีฝนก็ตกอีก ทีนี้ก็เดินลุยฝนเลย ร้านแรกที่กะจะเข้าไปนั่งกินกาแฟแล้วหลบฝนก็คือ ร้านลุงปุ๊ดป้าเป็ง ซึ่งเป็นร้านที่ใครๆก็รู้จักและมีที่พักให้ด้วยแต่เต็มตลอดผมเลยจองไม่ได้ เมื่อเข้าไปแล้วก็เห็นคนแน่นเต็มร้านไม่มีที่นั่งเลยจึงออกมาเดินตากฝนต่อ บางร้านก็ตั้งอยู่ด้านล่างต้องเดินลงเนินเขาไปอีกเหมือนตั้งอยู่ในป่าร่มรื่นเอามากๆติดกับน้ำตกด้วย จริงๆแล้วเราสามารถเดินเข้าออกได้ทุกตรอกซอกซอยเลยแต่เนื่องจากฝนตก ไม่ค่อยสะดวกนักจึงเดินตามทางหลัก เมื่อเดินจนเหมือนจะสุดแล้วจึงเดินกลับมาที่ร้านลุงปุ๊ดป้าเป็งใหม่ ทีนี้มีที่นั่งแล้วแต่าว่าไฟดับจึงไม่สามารถสั่งอาหารบางเมนูได้ ตอนนั้นหิวมากจึงได้สั่งแกงฮังเลกับข้าวเปล่าและขนมจีบมาทาน เมื่อทานเสร็จจึงรอฝนหยุดตกแต่มันไม่ยอมหยุดจึงออกเดินทางต่อไป

 

ทางชันน้ำตกแม่กำปองชมนกชมไม้วิวชมนกชมไม้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมเลือกที่จะเดินมาทางนำ้ตก พอถึงน้ำตกเหมือนมันสุดทางแล้วจึงเดินกลับ (ซึ่งไปต่อได้อีกต้องเดินลัดน้ำตกไป ตอนนั้นไม่รู้) มาเจอป้ายบอกทางไปร้านชมนกชมไม้ ซึ่งเป็นอีกร้านกาแฟและที่พักชื่อดังอีกที่หนึ่ง เมื่อถึงร้านก็ไม่สามารถสั่งเมนูบางอย่างได้เนื่องจากไฟยังดับอยู่ จึงได้แต่มาถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ โดยตลอดเส้นทางของหมู่บ้านแม่กำปองจะเจอแต่ทางชันมากมายจึงต้องใช้แรงในการเดินมากหน่อยและต้องเดินอย่างระมัดระวังต้องคอยหลบรถที่แล่นผ่านไปผ่านมาด้วย

 

ออกจากร้านชมนกชมไม้ตอน 5 โมงเย็นจึงเดินทางกลับที่พัก ไฟยังคงดับอยู่จึงได้นอนพักผ่อน ตอนหัวค่ำก็ลงมาทานข้าวที่ทางโฮมสเตย์จัดเตรียมไว้ให้ท่มกลางแสงเทียนช่างโรแมนติกเสียเหลือเกิน พี่ไมค์บอกกว่าปกติจะไม่ดับนานขนาดนี้ นี่คงมีต้นไม้ล้มไปทับสายไฟอย่างแน่นอน และน่าจะเป็นเสาต้นเดียวกับสัญญาณมือถือและอินเตอร์เน็ตด้วย เพราะใช้งานไม่ได้ทุกอย่าง เท่ากับว่าติดต่อกับโลกภายนอกไม่ได้เลยแต่สำหรับผมแล้วเฉยๆไม่ได้เดือดร้อนมากนัก เพียงแต่ว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือเริ่มเหลือน้อยลงทุกทีเกรงว่าจะไม่พอไว้ถ่ายรูปในวันพรุ่งนี้ power bank ที่เอามาก็ต้องทิ้งไปที่สนามบิน 555 เมื่อทานข้าวเสร็จึงพักผ่อนต่อเนื่องจากพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามืดเดินทางไปยังกิ่วฝิ่นเพื่อจะไปดูทะเลหมอกตอนเช้า

 

วันที่ 2

กิ่วฝิ่น

ป้ายกิ่วฝิ่นวิวกิ่วฝิ่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ได้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 5:15 น. เมื่อเปลี่ยนสื้อผ้าเสร็จจึงออกเดินทางทันทีโดยครั้งนี้เอาร่มมาด้วย เดินทางมาทางไปน้ำตกเมื่อวานซึ่งพี่ไมค์บอกว่าช่วยทุ่นเวลาได้นิดนึง ได้เดินมาโผล่ทางหลักแถวฝายทดน้ำ ทางหลักตลอดทางไปกิ่วฝิ่นนั้นเป็นทางชันแทบตลอดทางถ้าจะขับรถยนต์ขึ้นมาต้องเป็นรถที่เครื่องแรงสักหน่อยและคนขับต้องมีประสบการณ์ในการขับขึ้นเขาเป็นอย่างดี ตลอดทางที่ผมได้เดินขึ้นไปมีฝนตกเป็นช่วงๆก็กางร่มบ้าง ไม่กางบ้าง บางทีก็ใช้ร่มเป็นไม้เท้าช่วยยันขึ้นไปเนื่องจากเข่าไม่ค่อยดีและเป็นแผลที่ฝ่าเท้าและไม่ได้ใส่ถุงเท้ากับรองเท้าผ้าใบไปด้วย สวมแต่รองเท้าแตะจึงเจ็บแผลเป็นบางครั้ง ระยะทางจนถึงยอดน่าจะประมาณเกือบ 4 โล แต่ความรู้สึกมันน่าจะประมาณ 10 โล ตลอดทางที่เดินขึ้นไปสวนกับมอเตอร์ไซค์เพียงแค่คันเดียว และก็ไม่มีคนจากกลุ่มอื่นเดินขึ้นไปเลย เมื่อเดินมาถึงจุดหมายกับต้องตกใจกับป้ายที่บอกว่าเข้าเขตจังหวัดลำปาง โอ้โห! นี่เราเดินข้ามจังหวัดเลยหรือเนี่ย 555 เมื่อไปดูวิวทิวทัศน์ก็โชคไม่ค่อยดีที่ไม่เจอทะเลหมอกมีเพียงประปรายไกลๆ ก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็เดินมาถึงจุดหมายตามที่ได้ตั้งใจไว้ ตอนเดินลงก็กลับทางเส้นทางหลักซึ่งต้องผ่านร้านชมนกชมไม้ แต่ก็ไม่ได้แวะเข้าไปจึงเดินกลับที่พักเพื่ออาบน้ำและพักผ่อนสักนิดนึงเพื่อเตรียมที่จะ check out แล้วไปเดินเที่ยวต่อในเมือง

ตลาดวโรรส

ตลาดวโรรสแผงตลาด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ได้เก็บกระเป็าเรียบร้อยจึงรบกวนให้พี่ไมค์ไปส่งตลาดวโรรสเพื่อซื้อของฝากกลับ มีซื้อไส้อั่ว แคปหมู น้ำพริกหนุ่ม กระเทียมโทน แล้วให้แม่ค้าบรรจุใส่กล่องเพื่อที่จะได้โหลดที่สนามบิน

ประตูท่าแพ

แวะวัดเจดีย์ภาพวาด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากนั้นพี่ไมค์จึงมาส่งผมแถวประตูท่าแพแล้วจึงแยกย้ายกัน ผมจึงเดินเล่นแถวนั้นก็จะมีวดต่างๆและประตูท่าแพ แล้วหาข้าวซอยทานเสร็จแล้วจึงเรียกรถสองแถวแดงให้ไปส่งที่สนามบินเชียงใหม่ เครื่องออกเวลา 17:35 น.ถึงดอนเมืองเกือบ 19:00 น. หลังจากนั้นจึงรอเรียกแท็กซี่กดบัตรคิวต้องรออีก 162 คิว แหน่ะ รอสักพักเห็นว่าน่าจะนานเพราะวันนั้นมีข่าวฝนตกน้ำท่วมเป็นอย่างมากทำให้รถติดมากขาดแคลนแท็กซี่ ผมจึงตัดสินใจหอบข้าวของออกไปเดินเรียกที่ถนน มีคนรอเพียบเลย แท็กซี่ก็ไม่มี ต่อให้มีก็ไม่จอด ต่อให้จอดก็เรียกแพงโดยไม่ต้องกดมิเตอร์ ผมจำได้เลยแท็กซี่เขียวเหลืองทะเบียน ทร1234 ผมเรียกไปแถวสวนสยาม คนขับขอ 500 บาท ผมเลยไม่ไป จะถ่ายรูปประจานแต่โทรศัพท์ดันมาเอ๋อตอนนั้นอีก ผมจึงเดินข้ามสะพานลอยไปฝั่งตรงข้ามแล้วเดินย้อนศรไปอีกไกล ก็ไม่มีแท็กซี่มาเลย เลยเดินข้ามฝั่งอีกครั้งไปรอรถเมล์ ได้ขึ้นสาย 95 ซึ่งผ่านแถวรามอินทรา จึงลงแถวลาดปลาเค้าแล้วต่อรถแท็กซี่อีกทีนึง เดินทางโดยเครื่องบินจากเชียงใหม่ใช้เวลา 1 ช.ม. แต่เดินทางจากดอนเมืองกลับบ้านใช้เวลา 2 ช.ม.

 

น้ำพุท่าแพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สรุปโดยรวมแล้วแม้จะมีปัญหาในการเดินทางบ้างแต่ก็เป็นสิ่งที่น่าจดจำอยู่ไม่น้อยและมีความประทับใจอีกมากมายจากทริปแม่กำปองนี้ ทั้งวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มิตรภาพที่ดีจากคนท้องถิน อาหารอันแสนอร่อย อากาศและที่พักที่ดี จึงคิดว่าเป็นการท่องเที่ยวที่คุ้มค่าเหมาะแก่การมาเที่ยวพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะขาลุยทั้งหลาย ผมขอแนะนำเลย….

 

การเตรียมพร้อมก่อนไปเที่ยวจีน

 

จีนประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกแล้วว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามที่สุด เนื่องด้วยเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ และมีการรวมอยู่ของคนหลายชนชาติ  การเดินทาเพื่อไปพักผ่อน และเยี่ยมชมวัฒนะธรรมที่มีมานับพันปี ผ่านช่วงเวลามากมาย หรือสำหรับท่านที่ชื่นชอบในธรรมชาติที่นี่ก็มีธรรมชาติที่สวยงามเสมือนหลุดมาจากสรวงสวรรค์บนดินดันเลยทีเดียว

5.3

แต่ก่อนที่ท่านจะเดินทางไปที่ประเทศจีนนั้นต้องมีการเตรียมความความกันก่อนเดินทางเพื่อให้ท่านได้สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุข และยังเป็นการป้องกันตัวเองจากการเดินทางไปต่างถิ่นซึ่งความปลอดภัยนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การศึกษาสถานที่ๆ เราจะไปนั้นถือว่าสำคัญมากเพราะการวางแผนล่วงหน้านั้นจะทำให้ท่านสามารถเดินทางได้สะดวก และไม่ติดขัดอะไร วันนี้เราจะมานำเสนอการเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปแดนมังกร

5.6

-Passport ท่านควรเช็คอายุพาสปอร์ตให้เรียบร้อยก่อนสมัคร เล่มพาสปอร์ตต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป นับตั้งแต่วันเดินทาง

-ภาษาจีน คนที่ไม่มีพื้นมาก่อน ถ้ามีเวลาพอก่อนการเดินทาง ควรมีการศึกษาล่วงหน้าเตรียมไว้ เพื่อเราจะได้สามารถเข้าใจคำศัพท์ง่ายๆ และ การพก talking dict หรือการพึ่งพา แอพ แปลภาษานั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่เลวเช่นกัน

-การใช้โทรศัพท์ ที่จีนท่านสามารถนำโทรศัพท์จากไทยไปใช้ได้ แต่จะต้องใช้ Sim โทรศัพท์ของประเทศจีน จึงจะสามารถโทรเข้า-ออก ควรศึกษารายละเอียดการใช้บริการก่อนที่จะเดินทาง เนื่องจากโทรศัพท์บางรุ่นไม่สามารถใช้ที่จีนได้

– สุขภาพร่างกาย ก่อนจะเดินทางควรจะทำการตรวจสุขภาพ และควรเตรียมยาสามัญติดตัวไปด้วย เช่น ยาจำพวกแก้ปวด ท้องเสีย เป็นไข้ สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาที่ต้องพกติดตัวไปก่อนการเดินทาง

-อาหารการกิน ที่ประเทศจีนนั้นส่วนมากใช้น้ำมันในการประกอบอาหาร คนที่ทานยากควรเตรียม เครื่องปรุง ผงปรุงอาหารสำเร็จรูปต่างๆ และ อาหารแห้ง หรือน้ำปลาซอง ไปด้วย จะช่วยให้ท่านทานอาหารได้ง่ายขึ้น

-เงิน ที่ประเทศจีนจะใช้สกุลเงินเป็น หยวน Yuan (人民币) อัตราการแลกเปลี่ยนโดยประมาณอยู่ที่ 1 หยวน = 5 บาทและธนบัตรรุ่นปัจจุบันมี 1 หยวน 5 หยวน 10 หยวน 20 หยวน 50 หยวน 100 หยวน

 

ประเทศจีน ศูนย์กลางวัฒนะธรรมของโลก

china

2

จีนประเทศที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกที่ได้รวบรวมความหลากหลายของอารยะธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีมานับพันปีตั้งอยู่ด้านตะวันออกของทวีปเอเชีย มีพื้นที่รวม 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร มีพรมแดนติดต่อประเทศต่าง ๆ โดยรอบ 15 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ เกาหลีเหนือ รัสเซีย มองโกเลีย คาซัคสถาน เคอร์กิซสถาน ทาจิกิสถาน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย เนปาล สิกขิม ภูฐาน พม่า ลาว และเวียดนาม มีเส้นพรมแดนทางบกยาวกว่า 2 หมื่นกิโลเมตร ทิศตะวันออกและทิศใต้จดทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และทะเลจีนใต้

2.2

เมืองหลวงของจีนคือ ปักกิ่งหรือ เป่ยจิง ตามภาษาราชการจีน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศ ศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ  วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมต่างๆ เป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตของปรุเทศต่าง ๆ หน่วยงานของสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศ สำนักข่าวจากต่างประเทศ และยังเป็นศูนย์กลางการลงทุนของบริษัทต่างชาติจำนวนมาก

33

ประเทศจีนมีประชากรรวม ประมาณ1,347.3 ล้านคน ไม่รวมเขตบริหารพิเศษฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน มีการอยู่ร่วมกันของชนชาติต่าง ๆ อยู่รวมกันถึง 56 ชนชาติ โดยแบ่งเป็นชาวฮั่น ร้อยละ 93.3 ที่เหลือเป็นชนกลุ่มน้อย รูปแบบของการปกครองส่วนกลางแบ่งออกเป็น 23 มณฑล

การแบ่งเขตปกครองของจีน

4.3

-เขตปกครองตนเอง ได้แก่ มองโกเลีย หนิงเซี่ย , ซินเจียง , กวางสี , และทิเบต

– มหานครที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง ได้แก่ ปักกิ่ง ,  เซี่ยงไฮ้ , เทียนจิน ,  ฉงชิ่ง

-เขตบริหารพิเศษ ได้แก่ ฮ่องกง , มาเก๊า

4.5

ประเทศจีน สถาปนา ขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2492 โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นเสาหลักในการดำเนินการปกครองประเทศตามแนวทางพื้นฐานของลัทธิ มาร์กซ์ -เลนิน และความคิดของ “เหมา เจ๋อตุง” โดยประยุกต์เข้ากับแนวทฤษฎีการสร้างสรรค์ความทันสมัยให้แก่ระบอบสังคมนิยม

3.4