ความสัมพันธ์สหภาพยุโรป กับไทย ได้อะไรบ้าง

ประเทศไทย กับทวีปยุโรปนั้นมีความสัมพันธ์ต่อกันมานานมาก ทั้งในด้านการทูต การเมือง การทหาร และการถ่ายเทองค์ความรู้ระหว่างกันเยอะมาก ซึ่งความสัมพันธ์สหภาพยุโรปกับไทยนั้น ก่อให้เกิดผลดีกับทั้งสองทางมากมายเรามาดูกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับไทยนั้นมีมิติไหนบ้าง ได้อะไรบ้าง

ความสัมพันธ์ทางการเมือง

มิติทางด้านการเมือง เดิมทีไทยเรากับสหภาพยุโรป เป็นไปด้วยดี แต่หลังจากเกิดเหตุรัฐประหารขึ้นในบ้านเรา ความสัมพันธ์ในมิตินี้ก็ถอยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ตอนนี้ไทยเรากำลังจะมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งนั่นทำให้การเจรจาความสัมพันธ์ทางด้านการเมืองกำลังจะกลับมาอีกครั้ง ภายใต้ข้อตกลงที่มีชื่อว่า PCA ที่จะเน้นความร่วมมือทางการเมืองของทั้งสองฝ่าย

ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ

สหภาพยุโรปถือว่าเป็นแหล่งค้าขายแห่งใหญ่ของไทยเราเลยก็ว่าได้ ทั้งกำลังซื้อ และ จำนวนประชากร นั่นทำให้การส่งออกของเราให้ความสำคัญกับตรงนี้ค่อนข้างมากทีเดียว ซึ่งความสัมพันธ์ทางด้านการค้ากับสหภาพยุโรป เราเจรจากันภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA โดยมีหัวข้อต่างๆที่ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามอย่างเช่น เรื่องของภาษี การบริการ การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เรื่องนี้สำคัญตรงที่ว่าเราต้องมาจับตาดูว่าการเจรจา FTA รอบใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อไร ส่วนสินค้าส่งออกจากไทยไปอียูสามอันดับแรกก็คือ เครื่องจักรอุปกรณ์ขนส่ง, ผลิตภัณฑ์เบ็ดเตล็ด, และอาหาร ส่วนสินค้าไทยเรานำเข้ามาจากอียูมี เครื่องจักรอุปกรณ์ขนส่ง, ผลิตภัณฑ์เคมี, สินค้าอุตสาหกรรม

ความร่วมมือทางด้านวิชาการ

ต้องยอมรับว่าแม้ว่าไทยเราจะมีการพัฒนาความรู้ องค์ความรู้ทางด้านวิชาการสาขาต่างๆ ศาสตร์แขนงอื่นๆ แต่บางศาสตร์เราก็ถือว่ายังตามหลังประเทศในทวีปยุโรปอยู่เยอะมาก นั่นทำให้เกิดความร่วมมือทางด้านวิชาการของทั้งสองฝ่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือระดับหน่วยงานของรัฐ หรือ ความร่วมมือในระดับมหาวิทยาลัยที่มีการส่งนักศึกษาไปเรียนต่างประเทศก็อยู่ในความร่วมมือนี้ด้วย เมื่อมีการถ่ายเทองค์ความรู้ร่วมกันก็จะทำให้เกิดการวิจัยที่พัฒนาได้มากขึ้นด้วย

ความร่วมมือทางด้านมนุษยธรรม

ไทยเรายังถือว่าเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา นั่นทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมระหว่างประชากรด้วยกัน นั่นทำให้ทาง อียู เข้ามาให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมด้วย ซึ่งอียูได้มีการจัดตั้งสำนักงานเพื่อความช่วยเหลือด้านดังกล่าวในกรุงเทพด้วย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั้งพื้นที่เอเชียแปซิฟิกยกตัวอย่างเช่น การตั้งค่ายผู้อพยพแก่ชาวเมียนมาร์ที่อยู่ตามค่ายผู้ลี้ภัยเขตชายแดนบ้านเราเป็นต้น

หากจะพลิกปูมประวัติศาสตร์ไทย จะเห็นว่า ไทยกับยุโรปนั้นติดต่อค้าขายกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2147 กับเนเธอร์แลนด์(ตอนนั้นใช้ชื่อว่า ฮอลันดา) ยุครัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถโน่นเลยทีเดียว จนมาถึงปัจจุบัน คาดว่าในอนาคตเรากับ อียู คงจะมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นต่อไป

admin