เมื่อสหภาพยุโรปเกิดการแตกแยกจะเป็นอย่างไร ?

เราอาจจะมองเห็นถึงความแตกแยกของกลุ่ม สหภาพยุโรปได้จากช่องทางข้าวสารต่างๆ EU เข้าสู่ความเป็นเสรีนิยม ตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา โดยเฉพาะตั้งแต่ยุคของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปภายใต้การนำของ Jacque Delors โดยนโยบายนี้ได้สร้างให้เกิดการรวมศูนย์อำนาจ รวมทั้งการเงินไปอยู่กับองค์กรเหนือรัฐมากขึ้น โดยที่องค์กรเหล่านี้ล้วนส่งเสริมนโยบายเสรีนิยมใหม่อย่างเคร่งครัดไปพร้อมๆกับกลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ในยุโรป

สหภาพยุโรปกับปัญหาในเรื่องเสรีนิยมใหม่

Eu มีแนวคิดว่านิยมเสรีจึงเป็นประเด็นทางเศรษฐกิจ ที่ต้องพึ่งองค์อิสระ เช่น ธนาคารกลางยุโรป , ผู้เชี่ยวชาญ และ Technocrat จนประเด็นเหล่านี้ ได้กลายเป็นประเด็นหลัก ซึ่งอยู่นอกเขตทางการเมือง นอกจากนี้ยังจัดเป็นอิสระจากการกำกับทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย จากคุณลักษณะเช่นนี้นี่เอง ที่ก่อให้เกิดสิ่งที่หลายๆคนเรียกว่าเป็นปัญหาการขาดพร่องประชาธิปไตย ในระบบการปกครองของสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ EU แบบเสรีนิยมใหม่ ยังก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในประเทศยุโรปทางเหนือ เช่น ประเทศเยอรมนีหรือฝรั่งเศสกับประเทศยุโรปทางใต้ เช่น โปรตุเกส , อิตาลี , ไอร์แลนด์ , กรีซ รวมทั้งสเปน อีกทั้งการสร้างสกุลเงิน EURO ขึ้นมายิ่งก่อให้เกิดสภาวะความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจเข้าไปใหญ่ โดยรัฐทางยุโรปใต้ได้ประสบปัญหากับสภาวะขาดดุลอย่างรุนแรง

โดยสภาวะความขัดแย้งของ EU ได้กระตุ้นให้นักวิชาการเสนอว่าควรเร่งพัฒนาในเรื่องของ ‘ทฤษฎีความแตกแยกของสหภาพยุโรป’ เพื่อทำความเข้าใจในหลักการพัฒนาระบบทุนนิยมของ EU ด้วยอุดมการณ์เสรีนิยมแบบใหม่ รวมทั้งปัญหาอำนาจนิยมในยุโรป

อนาคตของสหภาพยุโรป หลังจากการเกิดการแตกแยก จะเป็นเช่นไรต่อไป

EU ที่กำลังอยู่ในฐานะหน่วยงานทางการเมือง คงไม่อาจหายไปไหนได้อย่างฉับพลัน ในอนาคตอันใกล้นี้ หากแต่กระบวนการการบูรณาการในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะทั้งในระดับมหภาคหรือในระดับจุลภาค คงจะไม่ได้เป็นไปได้โดยง่าย หากแต่จะมีความสามารถในการเผชิญหน้ากับการต่อสู้แข่งขันทางการเมืองอย่างดุเดือดมากยิ่งขึ้น ซึ่งในระหว่างทางนั้น ด้วยความที่สภาพยุโรปแบบมีสหภาพยุโรปอยู่บริเวณใจกลาง หากแต่การตอบคำถามนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่นัก อีกทั้งยังต้องอาศัยกระบวนการตัดสินใจทางการเมืองอีกด้วย หากแต่เรื่องที่แน่ๆแล้ว ทางออกอันยั่งยืนคงไม่ใช่อุดมการณ์ทุนนิยมเสรีนิยมใหม่เป็นแน่แท้

admin